ACTIVE SHOOTER RESPONSE INTERACTIVE MANUAL

Civilian Response to Active Shooter Events (C.R.A.S.E.)

คู่มือเตรียมพร้อมและเอาชีวิตรอดจากสถานการณ์ยิงกราดสำหรับประชาชน
👈 ปัดซ้าย / ปัดขวา เพื่อเปลี่ยนหน้า 👉
1. RUN / AVOID (หนี) 🏃‍♂️

ทางเลือกแรกเสมอเมื่อเผชิญเหตุ

  • ตัดสินใจทันที: เมื่อได้ยินเสียงปืน อย่าลังเลว่าเป็นเสียงประทัด ให้เชื่อว่าเป็นเหตุร้ายแรง
  • ทิ้งสิ่งของ: อย่าห่วงกระเป๋าหรือทรัพย์สินมีค่า โฟกัสกับการเอาตัวรอด
  • ศึกษาทางออก: สังเกตทางออกหลักและทางออกรอง (Secondary Exit)
  • โทร 191: แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีเมื่อหลบหนีออกมาอยู่ในระยะที่ปลอดภัยแล้ว
2. HIDE / DENY (ซ่อน) 🔐

ทำเมื่อไม่สามารถหนีออกจากอาคารได้

  • ปิดกั้นทางเข้า: ล็อคประตู ปิดไฟ ปิดม่าน ปิดแอร์
  • สร้าง Barricade: นำโต๊ะ ตู้ หรือสิ่งของหนักๆ มาขวางประตูไว้
  • ปิดเสียงโทรศัพท์: ปรับเป็นระบบสั่นหรือปิดเสียง ห้ามใช้แฟลชถ่ายรูป
  • อย่ากอดกัน: หมอบต่ำกระจายตัว หมอบข้างเสาหรือผนังปูนที่แข็งแรง
3. FIGHT / DEFEND (สู้) 🛡️

ทางเลือกสุดท้ายเมื่อชีวิตประชันหน้าภัยคุกคาม

  • ใช้อาวุธรอบตัว: ถังดับเพลิง, ขวาน, น้ำยาล้างห้องน้ำ, เก้าอี้, ปากกา
  • วางตำแหน่งซุ่ม: ยืนซุ่มอยู่ด้านข้างทั้งสองฝั่งในมุมอับของประตู (ไม่ยืนเป็นเป้าตรงกลางห้อง)
  • สู้ร่วมกัน: ทำงานเป็นทีม เข้าจู่โจมพร้อมกันเพื่อแย่งปืน/หยุดคนร้าย
  • กระทำอย่างเด็ดขาด: ต่อสู้จนกว่าคนร้ายจะหมดสภาพที่จะทำอันตรายได้
💡 การควบคุมจิตวิทยา & สภาวะร่างกาย (Combat Breathing)

เมื่อเข้าสู่สภาวะตื่นตระหนก หัวใจจะเต้นสูงเกิน 175 BPM ส่งผลให้วิสัยทัศน์แคบลง (Tunnel Vision) และการได้ยินลดลง ให้ดึงสติตนเองด้วยเทคนิคการหายใจยุทธวิธี:

  • Step 1: สูดหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ 4 วินาที
  • Step 2: กลั้นลมหายใจไว้ 4 วินาที
  • Step 3: ผ่อนลมหายใจออกช้าๆ 4 วินาที
  • Step 4: กลั้นลมหายใจว่างไว้ 4 วินาที (ทำซ้ำ 2-3 รอบ)
3 ขั้นตอนจิตวิญญาณการตอบสนองวิกฤต (Disaster Psychology):
  1. Denial (ปฏิเสธ): ก้าวข้ามความตกใจ สมองชอบคิดว่า "ไม่ใช่เรื่องจริง" ต้องรีบตั้งสติ
  2. Deliberation (พิจารณา): ประเมินทางเลือก ประเมินทางออกและแผนในหัวทันที
  3. Decisive Moment (ตัดสินใจ): ลงมือทำตามแผนอย่างรวดเร็ว เด็ดขาด
01 // คำจำกัดความ & ลักษณะของผู้ก่อเหตุ

Active Shooter: ผู้ก่อเหตุที่พยายามสังหารผู้คนให้ได้มากที่สุด (Attempted Mass Murder) โดยไม่จำกัดสถานที่หรืออาวุธที่ใช้

ลักษณะสำคัญของผู้ก่อเหตุที่รับมือยาก:
  • ไม่จำเป็นต้องมีประวัติอาชญากรมาก่อน
  • จิตใจล้มเหลวและกลายเป็นอาวุธ นำสิ่งรอบตัวมาก่อเหตุได้
  • แรงจูงใจมาจากความอัดอั้น คับแค้นใจ หรืออารมณ์หลุดควบคุม
  • ไม่สามารถต่อรองได้ ไม่เรียกร้องเงิน และไม่ตอบสนองคำเกลี้ยกล่อม

รากเหง้าปัญหา (Root Causes): ความเครียดสะสม • ปัญหาจิตเวช • วิกฤตทางการเงิน/ครอบครัว • ความรู้สึกโดนกดขี่/ความเหลื่อมล้ำในสังคม

02 // สถิติตัวเลขวิเคราะห์เชิงยุทธวิธี
60%
ของเหตุการณ์ สิ้นสุดลงก่อนที่ตำรวจจะมาถึง
70%
อัตราการจู่โจมสำเร็จของ Active Shooter
13.1%
ประชาชนที่ไม่มีอาวุธหยุดคนร้ายได้เองอย่างปลอดภัย
55%
ผู้ก่อเหตุมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับสถานที่เกิดเหตุ
สถานที่เกิดเหตุที่พบบ่อยที่สุด:
1. สถานประกอบการ / ห้างสรรพสินค้า (Commerce) ~52%
2. สถานศึกษา (Education) ~24.4%
3. พื้นที่สาธารณะโล่งแจ้ง (Outdoors) ~14%
03 // ถ่ายทอดบทเรียนจากเหตุการณ์อดีต (Lessons Learned)
Columbine High School (1999)

ปรับเปลี่ยนนโยบายยุทธวิธีตำรวจทั่วโลก — ให้ตำรวจชุดแรกที่ไปถึงเข้าเผชิญหน้าและระงับเหตุทันที โดยไม่ต้องรอหน่วย SWAT เพื่อหยุดการสูญเสีย

Virginia Tech (2007)

ชี้ให้เห็นว่าระยะเวลาเกิดเหตุสั้นมาก (11 นาที เสียชีวิต 32 ราย) การให้ความรู้ฝึกอบรมประชาชนในการเอาชีวิตรอด (CRASE) เป็นปัจจัยชี้ขาดรอดชีวิต

Navy Yard Building 197 (2013)

ต้องตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command) รวดเร็ว และฝึกเจ้าหน้าที่ให้ทักษะทางการแพทย์การห้ามเลือดวิกฤตก่อนเคลียร์อาคาร

01 // ผังลำดับการตัดสินใจ (A.D.D. Flowchart)
🚨 เกิดเหตุโจมตี (Attack Starts)
ได้ยินเสียงปืน / รับรู้เหตุวิกฤต
▼
1. ตรวจสอบทางออกหลัก (Primary Exit)
หากมีเส้นทางปลอดภัย ▶ AVOID / RUN (หนีออกทันที)
▼ (กรณีไม่มีทางออกหลัก)
2. DENY / HIDE (ซ่อนตัว)
เข้าห้อง ล็อคประตู ปิดไฟ สร้าง Barricade ขวางทางเข้า
▼
3. ตรวจสอบทางออกรอง (Secondary Exit)
หากมีหน้าต่าง/ทางออกรอง ▶ หนีออกทางรองเมื่อปลอดภัย
▼ (กรณีไม่มีทางออกรอง / คนร้ายบุกเข้ามา)
4. DEFEND / FIGHT (ต่อสู้)
ใช้อุปกรณ์รอบตัว ซุ่มสองข้างประตู จู่โจมร่วมกันสุดชีวิต
02 // เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าควบคุมสถานการณ์
ลำดับความสำคัญของเจ้าหน้าที่ (Priority of Work):
  1. Stop the Killing: มุ่งตรงไปหยุดและจัดการผู้ก่อเหตุเป็นอันดับแรก (ข้ามผู้เจ็บป่วยในเฟสแรก)
  2. Stop the Dying: หลังจัดการภัยคุกคาม จึงเข้าปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บ
  3. Evacuate the Area: ลำเลียงอพยพประชาชนออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย
สิ่งที่ประชาชนต้องปฏิบัติทันทีเมื่อพบตำรวจ:
  • ชูมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ กางนิ้วมือออกให้เห็นชัดเจนตลอดเวลา
  • อย่าถือสิ่งของในมือ: ห้ามถือโทรศัพท์ กระเป๋า หรือวัตถุคล้ายอาวุธ
  • อย่าวิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่: ทำตามคำสั่งด้วยความสงบ ห้ามทำท่าทางบู่มบ่ามหรือโวยวาย
  • แจ้งข้อมูลสำคัญ: พิกัดคนร้าย, จำนวนคนร้าย, รูปพรรณ และอาวุธที่ใช้
01 // ทักษะการปฐมพยาบาลยุทธวิธี (Tactical First Aid)

มุ่งเน้นแก้ไขสาเหตุการเสียชีวิตที่ป้องกันได้ (Preventable Deaths) เช่น การเสียเลือดมากบริเวณแขนขา

การใช้สายรัดห้ามเลือด (CAT Tourniquet):
  • วางสายรัดเหนือแผล 2-3 นิ้ว (รัดให้สูงและแน่น)
  • หมุนแท่นขันเกลียวจนกระทั่งเลือดหยุดไหล
  • ขัดล็อกแท่นขันเกลียว และลงบันทึกเวลาที่รัด
  • ห้ามถอดสายรัดออกเองเด็ดขาด จนกว่าจะถึงมือแพทย์
สายรัดห้ามเลือดแสวงเครื่อง (Improvised Tourniquets):

หากไม่มี CAT ให้ใช้ผ้าหนาหรือเนคไทผูกร่วมกับกิ่งไม้/ปากกา หมุนขันแท่นแน่นเพื่อห้ามเลือด

จัดท่าพักฟื้น (Recovery Position):

จัดให้นอนตะแคง หนุนศีรษะ ชันเข่าข้างหนึ่งข้ามมา เพื่อเปิดทางเดินหายใจ ป้องกันการสำลักเลือดหรืออาเจียนสำหรับผู้หมดสติ

02 // ข้อปฏิบัติเมื่อพบวัตถุต้องสงสัย (ระเบิด / IED)
⚠️ กฎ 3 ข้อในการรับมือวัตถุระเบิด (3 Rules):
  1. อย่าสัมผัสเด็ดขาด: ห้ามแตะ ขยับ หรือสัมผัสตัววัตถุ/สายไฟ
  2. สร้างระยะห่าง: ถอยห่าง หลบมุมหลังผนังปูนที่แข็งแรง
  3. ทำสัญลักษณ์ & สื่อสาร: ติดเครื่องหมายเตือนภัย และรีบแจ้ง EOD / เจ้าหน้าที่
ระเบิดแบบ Hand-deployed IED (ระยะ < 5 เมตร):

ใช้ยุทธวิธี "BOMB COVER" หมอบลงกับพื้นหันเท้าไปทางทิศระเบิด เอามือครอบปกป้องศีรษะและลำคอ หาที่กำบังที่ใกล้ที่สุดทันที